หลักการและวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

ในการแก้ปัญหานั้นมีหลายวิธีการ ขึ้นอยู่กับชนิดของงาน วิธีการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งอาจไม่สามารถแก้ปัญหาอีกอย่างหนึ่งได้ และการแก้ปัญหาอาจจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้หรือไม่ก็ได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงควรยึดหลักการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) หมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การรวบรวมการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล การพิมพ์ การสร้างรายงาน การสื่อสารข้อมูล ฯลฯ เทคโนโลยีสารสนเทศยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดระบบการให้บริการ การใช้ และการดูแลข้อมูลด้วย

กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

คือ กระบวนการจัดการกับข้อมูลข่าวสารโดยการนำเข้าข้อมูลดิบ มาผ่านกระบวนการต่างๆเพื่อทำให้ข้อมูลเป็นสารสนเทศที่นำมาใช้ประโยชน์ได้


สามารถนำมา

กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศประกอบด้วย

  1. การรวบรวมข้อมูล
  2. การตรวจสอบข้อมูล
  3. การประมวลผลข้อมูล
  4. การจัดเก็บข้อมูล
  5. การคิดวิเคราะห์
  6. การนำข้อมูลไปใช้


วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนคือ

Responsive image ขั้นตอนที่ 1  วิเคราะห์ปัญหาและกำหนดรายละเอียดของปัญหา
ขั้นตอนที่ 2  วางแผนในการแก้ปัญหา
ขั้นตอนที่ 3  ดำเนินการแก้ปัญหา
ขั้นตอนที่ 4  การตรวจสอบและปรับปรุง

การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ  เหมาะกับระบบงานที่ต้องทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำซาก  และมีปริมาณงานมาก  หรืองานที่ต้องการความรวดเร็วในการคำนวณเกินกว่าคนธรรมดาจะทำได้  วิธีการโดยทั่วไป  คือ  ปรับเปลี่ยนวิธีการหรือระบบการทำงานแบบเดิมมาใช้ระบบงานที่มีคอมพิวเตอร์ช่วย  ทำเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดเท่าที่สามารถจะทำแทนคนได้

ดังนั้น  การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงต้องมีการสร้างระบบงานคอมพิวเตอร์ขึ้นมาช่วยทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  ซึ่งโดยทั่วไปเราอาจไม่ต้องสร้างระบบงานทั้งหมดขึ้นใหม่ แต่พัฒนาระบบเดิมให้เป็นระบบงานที่ทำงานด้วยคอมพิวเตอร์นิยมเรียกกันว่า การพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์(Computerization)

  1. ขั้นตอนการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์

  2. ตามหลักวิชาว่าด้วยการวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน(System Analysis and Design) มีการจัดขั้นตอนการระบบงานคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ  ดังนี้

    1. วิเคราะห์ระบบงานหรือปัญหาและออกแบบระบบงาน (System or Problem Analysis) รวมถึงรายละเอียดข้อมูลที่ต้องใช้ โดยการศึกษาระบบงานเดิมอย่างละเอียด
    2. หลักการวิเคราะห์งาน ก่อนที่จะทำการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น ประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอนดังนี้

        1. วิเคราะห์งานในส่วนที่เป็น สิ่งที่ต้องการ
        2. วิเคราะห์งานในส่วนที่เป็น ผลลัพธ์
        3. วิเคราะห์งานในส่วนที่เป็น ข้อมูลนำเข้า
        4. วิเคราะห์งานในส่วนที่เป็น ตัวแปร
        5. วิเคราะห์งานในส่วนที่เป็น วิธีการประมวลผล
    3. จัดทำรายละเอียดของความต้องการของผู้ใช้ระบบงาน
    4. ออกแบบขั้นตอนวิธีการทำงานของระบบใหม่
    5. ตรวจสอบขั้นตอนวิธีให้ได้ผลตรงกับที่ต้องการ
    6. ออกแบบโปรแกรม (Program Design)
    7. เขียนคำสั่ง (Coding)
    8. ทดสอบโปรแกรม (Testing) และหาที่ผิดพลาด (Debugging)
    9. นำโปรแกรมและระบบงานไปใช้งานจริง (Implementation or Operation)
    10. บำรุงรักษา ติดตามผลและแก้ไขปรับปรุง (Soft Maintenance and Improvement) เพื่อให้ทันสมัยและใช้ได้ตลอดไป

    การพัฒนาระบบงานสารสนเทศ  จำเป็นจะต้องรู้ขั้นตอนวิธีการทำงานของระบบงานเดิม  ตามด้วยการหาวิธีแก้ปัญหาโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรม จากนั้นจึงออกแบบวิธีการทำงานในระบบใหม่ให้ละเอียด  ซึ่งจะต้องมีการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขึ้นมาช่วยทำงานบางส่วนหรือทั้งหมด


  3. ขั้นตอนการพัฒนาระบบงานโดยการจัดซื้อโปรแกรมสำเร็จรูป

  4. ในกรณีที่เราไม่ได้พัฒนาโปรแกรมเอง  แต่เป็นการจัดซื้อโปรแกรมสำเร็จรูปมาใช้งาน  เราอาจปรับเปลี่ยนขั้นตอนมาเป็นดังนี้

    1. วิเคราะห์ปัญหาและระบบงานที่จะทำ (System or Problem Analysis) รวมถึงรายละเอียดข้อมูลที่มีอยู่
    2. จัดทำรายละเอียดของความต้องการของผู้ใช้ระบบงาน (Requirements Specification)
    3. ออกแบบขั้นตอนวิธีการทำงานของระบบงานใหม่
    4. ตรวจสอบขั้นตอนวิธีว่าให้ผลตรงกับที่ต้องการ
    5. จัดหาโปรแกรมที่ทำงานตรงตามความต้องการ โดยการจัดซื้อหรือจ้างทำ
    6. นำโปรแกรมและระบบงานไปใช้งานจริง (Implementation or Operation)
    7. บำรุงรักษาระบบ ติดตามผลและแก้ไขปรับปรุง (Software Maintenance and Improvement)
    8. เครื่องมือในการวิเคราะห์ขั้นตอนวิธีในการแก้ปัญหา

    ในการออกแบบขั้นตอนวิธีในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ หรือการเขียนโปรแกรม จำเป็นต้องใช้เครื่องมือบางอย่างช่วยในการออกแบบและวิเคราะห์วิธีการ เพื่อให้ง่ายต่อการมองภาพกระบวนการทำงานของระบบ สามารถตรวจสอบที่ผิดพลาด รวมทั้งหาทางปรับปรุงให้ดีกว่าเดิมได้ เครื่องมือดังกล่าวที่ง่ายที่สุด ได้แก่ ผังงาน (Flow chart) และรหัสจำลอง (Pesudo Code)


การใช้หลักการในการแก้ปัญหา

  1. วิเคราะห์ปัญหาและระบบงานที่จะทำรวมถึงรายละเอียดข้อมูลที่ต้องใช้
  2. จัดทำรายละเอียดของความต้องการของผู้ใช้ระบบงาน (Requirements Specification)
  3. ออกแบบขั้นตอนวิธีการทำงาน หรือออกแบบโปรแกรม (Program Design)
  4. เขียนชุดคำสั่ง (Coding)
  5. ทดสอบโปรแกรม (Testing) และหาที่ผิดพลาด (Debugging)
  6. การนำไปใช้งานจริง (Implementation or Operation)
  7. การบำรุงรักษา การติดตามผลและการแก้ไขปรับปรุง (Software Maintenance and Improvement)
  8. การติดตาม ประเมินผลเพื่อปรับปรุงแก้ไข